a piece in a day

posted on 12 Jun 2013 00:06 by iamdozenist in life directory Diary
เพิ่งปิดเล่ม a day ฉบับ a team junior 9 ไปหมาดๆ
แม้ว่ายังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม แต่ว่าโดยรวมมันสมบูรณ์แล้ว
ตลอดเวลาเกือบ 3 เดือนบนออฟฟิศเอกมัย มีความรู้สึกต่างๆ มากมายหมุนเวียนกัน
เพราะเราปิดเล่มกันในช่วงที่หลายๆ คนเปิดเทอมไปแล้ว
มันเลย จ า ง หาย แบบค่อยๆ ผ่านไป
จนใจหาย
 
มีไดอารี่ที่ผลัดกันเขียนเวียนกันใน 15 คน แต่ละวัน แต่ละคน
สามเดือน ได้เขียนสามวัน...และไม่ได้เผยแพร่ให้ใครอ่าน
เขียนแล้ว ก็อยากให้มีบางคนอ่าน 
และไม่อยากให้ลืมไป 
25 มีนาคม 2556
         เพราะว่าเข้าออฟฟิศมาเป็นคนสุดท้าย เลยได้เขียนไดอารี่เป็นคนแรก
         
         วันนี้เป็นวันแรกที่ a team junior 9 ทั้งสิบห้าคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา (แต่ก็แค่ครึ่งวันเช้า) น่าสงสัยว่าเราจะได้เจอกันครบอีกครั้งเมื่อไหร่ เป็นวาระที่รอคอยเพราะจะได้ไปกินบุฟเฟ่ต์กัน (ไม่เกี่ยวนะ)
       
         วันนี้เกือบค่อนวันหมดไปกับการปฐมนิเทศซึ่งสนุกและเป็นกันเองดีมาก เห็นภาพรวมของอะเดย์ชัดขึ้น เห็นว่าเราจะได้ใช้ชีวิตกันแบบไหนในอีกสองเดือนข้างหน้านี้ ทั้งตื่นเต้นและก็แอบหวั่นใจไม่ได้ เป็นคนอย่างนี้เสมอแหละ พลอยอัดเทปช่วงที่พี่ๆ แนะนำคอลัมน์ทั้งหมดในอะเดย์ได้ชั่วโมงครึ่ง สิริรวมกว่าสี่สิบคอลัมน์ที่ต้องรับผิดชอบกันให้รอดในเล่มเดือนมิถุนายน…เล่มของพวกเรา
         
         เพราะว่าเวลามีน้อยและถูกมอบหมายว่าต้องเสนอ main course กันวันพุธ พวกเราจับกลุ่มประชุมอย่างเคร่งเครียดแกมสนุกสนานว่าแต่ละคนมีไอเดียอะไรบ้าง กองฯ เสนอเรื่องที่เขียนตอนสมัครเข้ามาและเพื่อนๆ ก็ช่วยกันดูให้ ที่ชอบที่สุดคือเราผลัดกันแชร์ว่าแต่ละคน “ชอบ” อะไรกันบ้าง เพราะจะได้ดูว่าพวกเราสนใจและสนุกกับอะไรร่วมกัน หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องบันเทิงทั้งหลาย ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เรื่องที่ชอบเดินทาง (ดูเหมือนพวกเราจะอินกับรถเมล์ เรือ รถไฟกันเป็นพิเศษ) และเรื่องกิน ที่ดีคือเราได้เห็นบุคลิกที่ซ่อนไว้ในแต่ละคนซ่อนอีก เช่น ม็อบชอบดูหนังโหดเลือดสาด หรือพลอยที่ชอบเด็ก คนแก่ คนพิการ (แต่ไม่ใช่นางสาวไทย) แตมชอบปรัชญาตะวันตก ส่วนไอซ์ชอบปรัชญาตะวันออก
       
         ช่วงนี้มีความสุขดี ยังไม่มีคอลัมน์ที่รับผิดชอบเป็นหลักใหญ่ แต่ก็สนุกที่จะได้อยู่กับเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน แม้จะยังไม่สนิทกันทุกคนแต่ภายในพวกเราก็คงมีอะไรคล้ายๆ กันอยู่
 
รักษาความสุขระดับนี้ไว้ให้ถึงช่วงสุดท้ายเลยนะ

18 เมษายน 2556

วันนี้กึ่งดีกึ่งร้าย

         ช่วงเย็นเพิ่งสัมภาษณ์แตม เป็นหนึ่งในแบบฝึกหัดที่ชาวกองบ.ก. ต้องสัมภาษณ์เพื่อนในทีมหนึ่งหรือสองคนแล้วนำมาเขียนคล้ายๆ คอลัมน์ Outsiders ก่อนจะออกไปลงสนามสัมภาษณ์และทำเนื้อหาแบบจริงจังในเล่มของพวกเรา (ที่ ณ ขณะนี้ก็ยังไม่มีเมนคอร์สแน่ชัด) ความเห็นส่วนตัวแบบมีอคติ เราสนุกและยังคงชอบการพูดคุยแบบนี้เสมอไม่ว่ากับใครก็ตาม คิดถึงตอนที่คุยกับนัทบนเชียงดาว โมเมนต์คล้ายกันและครั้งนั้นสนุกมาก

         แต่วันนี้เกร็งๆ เรารู้สึกเหมือนกันว่าไปไม่สุด อยากคุยอะไรอีกตั้งเยอะแต่ก็พะวงกับคำถามหรือเรื่องประเด็น จริงๆ ถ้าลืมไปมันน่าจะออกมาดีกว่านี้ ทั้งๆ ที่ระหว่างสัมภาษณ์ก็รู้สึกเลยว่าคุยกับแตมมันได้ถูกคอ ยังน่าจะคุ้ยกันต่อได้อีกหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ทำ

         ตอนนั่งรถเมล์กลับบ้านก็โกรธตัวเองขึ้นมาจริงๆ

         สิ่งที่ดีเลยตกไปอยู่ที่เราได้เจอคนพูดคุยถูกคอเพิ่มอีกหนึ่งคน ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้คุยกับแตมเพราะถ้าดูภายนอก เราสองคนมันต่างกัน แตมแม่งเฮฮาใส่ทุกคนในขณะที่เราก็นั่งเงียบๆ อยู่บนโซฟาไป ถ้าจะชอบอะไรในบทสนทนาวันนี้ ก็คือการได้รู้ว่าทุกคนต่างมีอีกคนซ่อนไว้เสมอ ถ้าสี่สิบนาทีที่คุยกันแล้วต่างคนต่างเผยมันออกมา มันก็คงคุยต่อกันได้ยาว เราทั้งเห็นด้วย ชื่นชม และทึ่งไปกับแนวคิดหลายอย่างที่แตมเล่าให้ฟัง ถึงได้บอกว่ารู้สึก