travel

ถ้าขึ้นไปบนนั้น,,,

posted on 11 Nov 2012 23:20 by iamdozenist in life, travel directory Travel, Diary
 
ถ้าเธอขึ้นไปบนนั้น
อย่าเพิ่งรีบหยุดเดิน
แต่จงเดินต่อไป, เดินไปให้ถึงกลางสะพาน
ยืน, ณ จุดที่มองตรงไปแล้วจะเห็นแม่น้ำ
สีดำ
จึงหยุด
 
แม้เธออยากกระโดดลงไป, อย่าทำ
แต่จงจ้องมองไปยังเบื้องหน้านั้น,
ต่อไปก่อน
แม้มือจะจับสะพานหรือไม่
แต่เธอจะรู้ว่าพื้นใต้รองเท้า,
สั่น
สะเทือนจนหยดน้ำตาไหลริน,
กลืนกินไปกับสายฝน
 
จวบจนเมื่อเธอหันกลับมา,
อีกฝั่งหนึ่งของสะพาน
ก็มีคนเป็นเช่นเธอ.
 
--------------------------------
 
ถ้าจะมีสถานที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ที่รั้งเราไว้ได้ตอนก่อนจะไป
ก็คงเป็นที่นี่แหละ, สะพานพระรามแปด
ฟังดูเว่อร์นะ ทั้งที่ก็เคยขึ้นไปไม่ถึงห้าครั้งด้วยซ้ำ
แต่ทุกคืนที่เดินบนนั้น ล้วนเป็นคืนพิเศษ

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ขึ้นไปคนเดียว
หลังจากร่ำร้องอยากไปมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาแล้วมั้ง...
เดิน เดิน เดินไป
ขึ้น ขึ้น ขึ้นไป
นิ่ง, นิ่งจนคล้ายว่าถูกสะพานบำบัด
เพราะชั่วโมงกว่าบนนั้นคือช่วงเวลาที่ได้สังเกตความคิดและจิตใจตัวเอง
 
เพราะว่าขึ้นไปคนเดียว
เลยได้มีเวลาสังเกตความสูง, ความสั่น, ความเสียวของสะพาน...ครั้งแรก
แปลกใจที่ตัวเองไม่กล้าจับราวสะพานแล้วยืนจ้องแม่น้ำเหมือนหลายครั้งก่อนที่ขึ้นมา
กลัวจริงๆ นะ, กลัวว่าจะหล่นลงไป
จึงค่อยๆ นั่งลง
ปล่อยให้ความคิดมันหลั่งไหล
 
มีบทหนังสั้นหนึ่งเรื่องกับตัวละครสองคน เกิดขึ้นได้เพราะที่นี่
มีตอนหนึ่งในเรื่องยาวที่แต่งไว้และไม่จบซะที ก็เกิดขึ้นบนนี้
ในความจริง, เรื่องราวเหล่านั้นมันไม่ได้เกิดจากเราเสียทีเดียว
แต่เกิดจากบทสนทนา และผู้คนที่เคยยืนอยู่ข้างๆ กันบนนี้
 
แม้วันนี้เราจะเดินขึ้นมาคนเดียว.
 
...

 

อ่างแก้ว

posted on 12 May 2012 20:59 by iamdozenist in travel directory Travel, Diary
เวลามักผ่านไปไวใช่ไหมนะ
ตอนนี้อยู่เชียงใหม่มาเกือบจะเดือนนึงแล้วครับ
สภาพชีวิตทั่วไป: มีความสุขดี ทั้งเรื่องฝึกงาน และเรื่องได้เที่ยวเล่น
แม้ช่วงแรกๆ อาจติดขัดไปบ้าง แต่ตอนนี้ก็ทรงตัวแล้ว อยู่สบายแล้วครับ
จู่ๆ วันนี้ก็คิดได้ว่า "ดีใจจังที่ตัดสินใจมาฝึกงานที่นี่" แล้วก็ยิ้มออกมา
นั่นแหละ, อย่างที่เคยพูดไว้
อย่างน้อยทุกเช้าตื่นมา เราก็ยังอยู่ที่นี่, เชียงใหม่.
 
 
อาทิตย์ที่ผ่านมา ครึ้มอกครึ้มใจไปนั่งอ่างแก้ว มช. มาตั้งสามวัน
ครั้งแรก ไปคนเดียว ไม่มีคนเลยเพราะฝนตก แต่สบายใจดี
ส่วนสองครั้งหลัง ไปนั่งกับเพื่อนที่ไปฝึกงานด้วยกัน
ปกติแล้ว เราจะเป็นโรคจิตอย่างหนึ่งคือ
"ไม่ค่อยจะไปที่ไหนซ้ำๆ" ถ้าเคยไปแล้วก็โอเค, ไม่ไปอีก
ยกเว้นถ้ามีโอกาส หรือนานๆ จะไปอีกครั้ง
แต่อ่างแก้ว มช. เป็นสถานที่หนึ่งที่ถ้าให้ไปอีกกี่ครั้ง ก็จะไม่ปฏิเสธเลย.
 
เพื่อนบอกว่า "อ่างแก้วมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดเราไว้"
ใครต่อใครที่มานั่งอ่างแก้ว ก็นั่งอยู่ได้นานๆ
อ่านหนังสือ เล่นกีตาร์ เขียนหนังสือ เขียนโปสการ์ด ฟังเพลง
และพูดคุยกัน,
ทุกคนปล่อยใจให้ไหลผ่านไปกับสระน้ำ ท้องฟ้า และภูเขาข้างหน้า
ปล่อยไป, ให้เวลาไหลผ่านตัวไป
ที่นี่ ไม่มีใครรีบร้อน
 
อ่างแก้วทำให้เราพูดคุยกับตัวเองได้เนิ่นนาน
นานจนเราอาจลืมคุยกับคนข้างๆ
ที่เขาก็กำลังคุยกับตัวเองอยู่เหมือนกัน
ไม่เป็นไร, บางทีเราก็คุยกับคนอื่นมากเกินไป
ถึงเวลาคุยกับตัวเอง ทบทวนตัวเองบ้างก็ดี
เพราะการคุยกับตัวเอง
ก็ไม่ได้หมายความถึงว่าจะมีแค่ตัวเราเอง
แต่มีคนที่เราคุยด้วย...แต่เขาอยู่ไกลออกไป
คนเหล่านั้น, คนที่เคยอยู่ด้วยกัน.
 
และเมื่อถึงเวลาที่นั่งคุยกับคนข้างๆ
ก็ไม่วายต้องคุยเรื่องชีวิต เรื่องความฝัน เรื่องต่อจากนี้ไป
ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปอย่างไร
คุยเรื่องแบบนี้ ในสถานที่แบบนี้ มันพอดีกัน.
 

 
ไม่รู้เหมือนว่า, อ่างแก้วมีพลังหลายอย่างที่ลึกซึ้งอย่างนั้นได้อย่างไร
แต่เราหลงรักที่นี่แล้วล่ะ.
 

ภาพถ่าย.

posted on 05 May 2012 20:22 by iamdozenist in travel directory Lifestyle, Travel, Diary
1
สืบเนื่องจากเมื่อวานได้ไปเดิน 'ร้านเล่า' เป็นครั้งที่สี่ตั้งแต่มาเชียงใหม่ครั้งนี้
แล้วบังเอิญเห็นโปสเตอร์งานแสดงภาพถ่ายของศิลปินชาวญี่ปุ่น
ดูแผนที่แกลเลอรี่แล้วพบว่าอยู่ไม่ไกลจากที่พัก เลยกะว่าวันนี้จะลองเดินไปดูสักหน่อย
ที่นี่..."Documentary Arts Asia"
 
เราเดินลัดเลาะถนนคนเดินวัวลายที่มีทุกเย็นวันเสาร์เข้าไปยังซอย 3
เดินตามทางไปเรื่อยๆ ลึกพอสมควร เอาเป็นว่าคงไม่มีใครหลงเดินเข้ามาแน่ๆ ถ้าไม่ปักหมุดเอาไว้ก่อน
แล้วก็พบบ้านไม้สามชั้นเก่าๆ ที่ระเบียงชั้น 2 มีป้ายชื่อแกลเลอรี่ที่ตามหาอยู่ บอกให้เรารู้ว่าเดินทางมาถึงแล้ว
ชาวต่างชาติสองคนกล่าวทักทายเราและแนะนำตัว เขาชื่อ 'นิก'
ส่วนเราแนะนำชื่อที่ดันสอดคล้องกับเขาไป แล้วก็หัวเราะให้กัน
เราเริ่มรู้สึกถึงความพิเศษของแกลเลอรี่แห่งนี้ เมื่อวินาทีนั้น
 
งานที่แสดงอยู่นี้ชื่อว่า "Border Korea" ของช่างภาพญี่ปุ่น Yusuke Hishida
ง่ายๆ สั้นๆ คือพูดถึงความแตกต่างอย่างเหลือเชื่อของดินแดนเกาหลีเหนือกับเกาาหลีใต้ ระหว่างเมือง Pyongnyang กับเมือง Seoul ที่ห่างกันกว่า 190 กิโลเมตร แต่นอกเหนือจากระยะทางที่ห่างกัน ความแตกต่างทางการปกครองก็ทำให้อะไรหลายๆ อย่างของสองเมืองนี้ต่างกันไปด้วย 
ภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิตในด้านต่างๆ ของคนสองพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแต่งกาย พิธีแต่งงาน ระบบสาธารณูปโภคที่แสดงออกผ่านรถไฟฟ้าใต้ดิน ถนนหนทาง สถาปัตยกรรม จนเราอาจเชื่อได้ว่าสองดินแดนนี้...ไม่ใช่ประเทศเดียวกัน
และนั่นแหละที่ย้ำเราว่า 'สังคมเป็นอะไรมากกว่าแค่การที่คนจำนวนมากมารวมกัน แต่มีอำนาจถึงขั้นกำหนดชีวิตเราได้
คำถามที่ Yusuke ฉุกคิดให้เราตอบคือ
'What is mean to ba a country, a society, and how we live as human beings.'
สังคมกำหนดเราได้แค่ไหน และเราในฐานะมนุษย์จะยินยอมอย่างนั้นหรือเปล่า?
 
2
นอกเหนือจากตัวงานแล้ว เรายังประทับใจตัวแกลเลอรี่นี้ค่อนข้างมาก (อีกแล้ว)
ชอบในความโล่ง อบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ และเราว่าเขาออกแบบดี
ชอบสีของผนัง ชอบบันไดไม้ ชอบทางเดินบนชั้นสอง ชอบระเบียงที่เดินออกไปนั่งชิลล์ได้
มากกว่านั้น, ที่นี่ยังเป็นเหมือนศูนย์รวมของคนชอบถ่ายภาพ มีกิจกรรม workshop เกี่ยวกับการถ่ายภาพทุกสัปดาห์ อย่างสัปดาห์หน้าก็มีสอน Photoshop น่าเสียดายที่เราลาออกจากวงการนั้นแล้ว TT (นิกถามว่าเรียนถ่ายภาพหรือเปล่า เราแค่ตอบว่าเป็นงานอดิเรก และก็ถ่ายไม่เก่งเอาเสียเลย ฝีมือสมัยม.ปลายมันตกไปหมดแล้ว)
ชั้นสองของที่นี่ยังเป็นห้องสมุดเล็กๆ มีหนังสือรวมภาพถ่ายและหนังดีๆ ที่น่าเช่ากลับมาดูมาก เสียดายที่ว่าต้องเป็นสมาชิกและเราก็ไม่ได้อยู่ที่เชียงใหม่นี่นานเท่าไหร่
 
เราลงมาคุยกับนิคนิดหน่อยถึงเรื่องแกลเลอรี่ ก็จะมองเห็นจุดประสงค์ว่าตั้งขึ้นเพื่อสื่อสารถึงสันติภาพระหว่างประเทศ ความเหลื่อมล้ำของสังคม เป็นแกลเลอรี่ที่ไม่ได้ตั้งขึ้นด้วยความอาร์ทอย่างเดียวเท่านั้น
จำได้ว่าตอนที่อยู่ก็เบลอๆ เออออพยักหน้าไป,
แต่กลับมานั่งคิดกับตัวเองดีๆ ก็เห็นว่า จริงๆ ยังมีอีกหลายวิธีเหมือนกันหากเราอยากสื่อสารเรื่องราวบางอย่างออกไป
สงคราม เชื้อชาติ ศาสนา การเมืองการปกครอง
หรือเรื่องอะไรที่ร้ายแรง อาจถูกถ่ายทอดให้สวยงามก็ได้
ถ้าผ่านวิธีที่เรียกว่า 'ศิลปะ'
 
 
3
ตอนนี้เราแค่ไม่รู้ว่า...อีกปีกว่าๆ ที่จะจบ จะเริ่มต้นชีวิตผู้ใหญ่
จะยังมีช่องทางอะไรให้ได้เดินต่อไปหรือเปล่า
เส้นทางที่คิดไว้จะแคบเกินไปไหม จะทำได้หรือเปล่า
และจะได้ทำไหม?
ตอนนี้คำถามเต็มหัว
สิ่งที่ทำตอนนี้ ก็ทำเพื่อจะตอบคำถามหลายอย่างข้างต้น,
หวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดี.
 
 
ป.ล. พยายามเดินหาแกลเลอรี่ดีๆ ที่เมืองเชียงใหม่เพื่อทดแทนหลายๆ กิจกรรมที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงนี้อยู่ครับ อย่างละครเวทีหรือเสวนาที่หอศิลป์ช่วงนี้เลยอดไป อยากไปมาก กำลังเยียวยาตัวเองอยู่ =) 
ป.ล. 2 "Border Korea" ยังจัดอยู่ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ครับ ใครที่อยู่เชียงใหม่หรือว่าจะมาเชียงใหม่ก็ลองแวะกันมานะ อยู่ใกล้ๆ ถนนคนเดินวัวลายเลย เดินพอเหนื่อยนิดหน่อยแต่ก็ไม่ไกลจริงๆ ครับ ลองดูแผนที่ที่ http://www.documentary-arts-asia.org/ ครับ
 
รักเชียงใหม่.
5.5.55
 

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย iamdozenist* blog ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ iamdozenist.exteen.com.