โปรเจกต์รับต้นปีของกลุ่มละคร B-Floor ร่วมกับกลุ่ม Art Container ที่รวมเอานักศิลปะบำบัดจับมือกับนักการละครหลากหลายกลุ่มอย่างนี้ "Therapy" จึงกลายเป็นละครที่มีดีทั้งกลุ่มคนทำและเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารมาถึงผู้ชม ความเก๋ไก๋ของ Therapy อยู่ที่ในแต่ละรอบการแสดงที่ผู้ชมเลือกดู จะได้พบกับนักบำบัดและคนไข้ที่มาแสดงอาการแตกต่างกันไปในแต่ละเคส มีทั้งภาวะอาการโกรธ โรคซึมเศร้า หรือโรคจิตเภท อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดก็มีความต่อเนื่องกันไปเหมือนเป็นสถานการณ์จำลองคลินิกจิตบำบัด
และความสนุกของมันอยู่ที่...ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ดู เราคิดเสมอว่ามันเป็นเรื่องจริง! 
 
เราเลือกดูรอบวันนี้ (เสาร์ที่ 28 มกราคม) เพราะเห็นชื่อนักบำบัด "ดุจดาว วัฒนปกรณ์"
แค่เพียงเท่านี้ก็เอาตัวพุ่งเข้าใส่โดยไม่ได้สนใจแล้วว่าคนไข้ที่มาบำบัดจะเป็นใคร
ในการแสดงครั้งนี้ ดุจดาวก็ยังทำได้ดีและเป็นธรรมชาติ แต่ที่เห็นแปลกไปคือการที่ดุจดาวได้เข้าถึงคนดูมากขึ้นกว่าเรื่องอื่นๆ ที่เคยดูมา (คงเป็นเพราะครั้งนี้เป็นละครสถานการณ์) ความสวยสดใสของเธอจึงส่งประกายมายังกลุ่มคนดูห้าสิบกว่าคนได้อย่างไม่ต้องควานหา ... ดุจดาวคือนักแสดงที่มี stage charming จนแทบไม่ได้ละสายตาไปหานักแสดงคนอื่น
ถึงอย่างนั้น "สายฟ้า ตัณธนา" นักแสดงที่มารับบทเป็นคุณไก่ ผู้ป่วยที่อาการโกรธ (Anger Disoder) ก็ถือว่ารับบทหินทีเดียว เพราะมันไม่ใช่การกำหนดตัวละครให้มีความขัดแย้งภายนอกแบบที่เห็นก็ดูรู้ แต่การเป็นคนที่มีความโกรธเคืองและมีเรื่องราวน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตครอบครัวที่ต้องอาศัยความคิดภายในเป็นกำลังหลัก แล้วขับเสริมออกมาจากท่าทาง สีหน้า และอาการที่กระทำ คุณสายฟ้าทำมันออกมาได้อย่างดี
--------------------
 
สิ่งที่ดีของการแสดงชุดนี้ทั้งหมดคือการหยิบพลังของการละครมาช่วยบำบัดอาการความผิดปกติต่างๆ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นวิธีการหนึ่งที่นักบำบัดเลือกใช้กันจริง) ความเรียบง่าย สวยงามในเชิงศิลปะที่อาศัยตัวตนของผู้ป่วยเองนั่นแหละเป็นยาวิเศษที่จะทำให้หายขาด 
 
การศึกษาและเข้าใจ "ตัวตน" ของตัวเราอันเป็นแก่นหลักของการเรียนละครถูกนำมาใช้เป็นวิถีทางที่นักบำบัดจะต้องพยายามสอดแทรกผ่านการสนทนาและกิจกรรมให้คนไข้ได้ลองปฏิบัติโดยไม่ใช้วิธีการบีบบังคับ การลองปล่อยให้ร่างกายของคนหนึ่งคนเป็นอิสระจากการผูกมัดและความเครียดกังวลก็ทำให้บางครั้งสิ่งนั้นมันลอยหายไปได้เอง ลอยหายไปผ่านการกระทำที่มาจากตัวคนไข้เอง 
เมื่อใจเราวางมันลง มันก็นิ่ง 
และแท้ที่จริงมันยังอยู่...เราแค่ไม่ต้องไปใส่ใจมัน
 
หนึ่งชั่วโมงกว่าที่ได้นั่งอยู่ในโรงละคร B-Floor ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงเสมือนกับว่าเราได้เรียนรู้ตัวเองไปได้ในส่วนหนึ่ง เพราะไม่ว่าใครก็คงเคยมีความรู้สึกโกรธหรือไม่เข้าใจการกระทำของคนรอบข้างกันทั้งนั้น
เช่นเดียวกัน เราได้รับการบำบัดจากการแสดงครั้งนี้ไปด้วย

"รู้นะ ว่ายังมีกันอยู่"
คุณก็รู้ใช่ไหม?
 

แปลง

posted on 19 Jan 2012 12:46 by iamdozenist  in theatre
แปลง 
ละครโรงเล็ก นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ '2010
โดย ณุ่ล-ปิยนาฏ เลิศบัญชร 
 
ไม่บ่อยเลยที่จะได้เขียนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับละครโรงเล็ก 
ไม่บ่อยเหมือนกันที่จะได้ดูละครโรงเล็กดีดีและมีพลัง
ไม่บ่อยนักที่หลังจากดูละครจบ จะรู้สึกว่าเราอยากเดินหน้าต่อไป
 
"แปลง" ละครความยาวเท่าไหร่ไม่ได้จับเวลาไว้
พูดถึงอษมา หญิงสาวที่ไม่พอใจในรูปลักษณ์ตนเอง
จนเมื่อได้พบกับมายาวี หญิงสาวลึกลับที่ปรากฏตัวในชุดดำมืด
ผู้มอบแคปซูลวิเศษที่ให้่อษมาเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของเธอได้ชั่วคราว
หากอษมาหวังว่าความสวยงามจะเป็นสิ่งถาวร เธอขอแคปซูลเรื่อยๆ
และต้องแลก...กับการที่อวัยวะในร่างกายจะค่อยๆ ไร้ซึ่งความรู้สึกไป
อษมามีความสุขกับรูปโฉมตัวเอง กับชายหนุ่มที่หลงรัก
แต่...เธอตอบไม่ได้เหมือนกันว่าจริงแท้แค่ไหน
 
 
ชอบพัฒนาการของณุ่ลจากปีที่แล้ว ปีนี้มันก้าวกระโดดมาไกลมาก
ไม่คิดว่าณุ่ลจะสร้างเรื่องที่หนักอย่างนี้ แต่นับว่าเป็นแนวทางที่ดีอีกแนวทางหนึ่ง
ชอบบทที่แข็งแรงนี้และมันเป็นบทละครที่ไม่เล่นเยอะเกินไป
สมบูรณ์และจริง
ที่สำคัญคือนักแสดงที่เลือกมาได้เหมาะกับบทดีมาก
เรารู้สึกว่า...ถ้าไม่ใช่โซย่าเล่นเป็นอษมา ก็จะไม่ได้
ถ้าน้องยุ้ยไม่เล่นเป็นแม่ ก็จะไม่ได้
และถ้ามายาวีไม่ใช่มิ้นท์ ก็จะไม่ได้เหมือนกัน
ทุกครั้งที่เห็นมายาวี...เราขนลุกมากและลุ้นว่าตัวละครนี้จะดำเนินอะไรกับเรื่องต่อไป
เป็นตัวละครที่มีความต้องการสูงมาก มีจุดประสงค์ของมันว่าอยู่ไปทำไม
ดีมากที่สร้างตัวละครนี้ขึ้นมา
 และเก่งมากที่เลือกนักแสดงและกำกับได้อย่างดี

ชอบในการใส่ใจรายละเอียดเรื่องรอยสักที่เท้า เรื่องเครื่องแต่งกาย
รวมถึงองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ก็ดี แสง เสียง รวมถึงพื้นที่แสดง
ถ้าไม่ได้เล่นที่ Chocoloate box (รวมถึงถ้าเราไม่ได้นั่งหน้าขนาดนั้น)
ก็อาจไม่มองเห็นพลังที่นักแสดงแต่ละคนส่งมา
พอรู้ว่าที่มาของเรื่องหักมาจากเรื่องพระอภัยมณี ก็ยิ่งรู้สึกว่าเท่ห์ว่ะ
 
มีบางช่วงที่ละครอืด ก็คือช่วงกลางเรื่องอย่างที่ครูเจ๊๊ยบพูดนั่นแหละ
เพราะคนดูพอจะรู้แล้วว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหน
เลยอยากที่จะรู้เร็วๆ แล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นไหม
บางครั้งการเปลี่ยนไฟสลับไปมามากไปก็ทำให้อึดอัดบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่พอดีอยู่
 

สรุปง่ายๆ ว่า เราชอบมาก
และอยากรอดูละครเรื่องต่อๆ ไปของเธอ
เพราะพลังจากละครของเธอ (รวมถึงน้องทุกคนที่ทำโรงเล็กปีนี้)
ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราก็ยังอยากอยู่ในแวดล้อมของละครเวทีต่อไป
 
 
ฉันจริงจังกับบทวิจารณ์นี้มาก


 
วันนี้หลังจากเลิกซ้อมละคร ก็ได้มานั่งกินสเต็กกับเพื่อนๆ ในโปรฯ
เป็นร้านที่เคยมานั่ง...แม้จะไม่บ่อย
ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนไม่กินเนื้อ
เวลาที่สั่งสเต็ก ก็เลยเลือกได้แค่ "หมู" "ไก่" "ปลา"
และไม่มีปัญหาว่าต้องการระดับความสุกของเนื้อประมาณไหน
แต่วันนี้เพื่อนคนหนึ่งสั่งเนื้อริบอาย 
และพนักงานก็ถามขึ้นมาว่า
"ต้องการความสุกระดับไหนคะ?"
 
"ความสุกระดับไหน"
ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ ก็คงมีให้เลือกตั้งแต่ไม่สุกอย่าง Rare, Medium Rare
จนถึงสุกปานกลางอย่าง Medium และสุกมากอย่าง Medium Well และ Well Done
รสชาติและสีสันของเนื้อแต่ละระดับความสุกก็ต่างกัน
ถ้าดิบๆ เนื้อก็จะนุ่มฉ่ำหวาน แต่แบบสุกแม้เนื้อจะแข็งไปหน่อย แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ
ถ้าเป็นความสุก เราเลือกระดับของมันได้ตามใจชอบ
แต่ถ้าเป็น "ความสุข" ของชีวิต
เรามีสิทธิเลือกได้ไหมที่จะให้เป็นไปอย่างใจต้องการ
 
ถ้าเปรียบเนื้อสเต็กเท่ากับชีวิตของเรา
เนื้อดิบสีแดงๆ คงเป็นสิ่งใหม่ที่ชีวิตได้เรียนรู้และเผชิญในแต่ละวัน
เป็นสิ่งใหม่ที่ให้เราได้หลงระเริง ไม่ว่าจะความสุขหรือความเศร้า
เวลาผ่านไป เมื่อชีวิตถูกย่างบนไฟร้อนๆ ตามวันเวลา
เนื้อแดงๆ ก็แปลงสภาพเป็นเนื้อที่สุก กินเข้าไปก็รับรองความปลอดภัยได้มากกว่า
คล้ายๆ กับว่า ยิ่งเราเติบโต
เราจะเข้าใจธรรมชาติของชีวิต และมองเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมดา
และไม่ว่าจะความสุขหรือความเศร้า เราก็จะอยู่กับมันได้เอง
 
แต่บางทีชีวิตเราก็กินแต่เนื้อที่ถูกทำให้สุกจนแข็งและไม่อร่อย
บางเรื่องเราจึงควรปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็นไปก่อน
ระเริงไปกับมัน มีความสุขไปกับมันก่อน
เพราะเราก็ไม่รู้ว่า...เรื่องดีดีเหล่านั้จะอยู่กับเรานานแค่ไหน
ก่อนที่เนื้อสีแดงจะถูกย่างไฟไปหรือเปล่า
 
บางครั้งชีวิตเราก็ดิบเกินไป บางครั้งชีวิตเราก็สุกเกินไป
แต่ไม่ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน
รักษาระดับ "ความสุข" ของเราไว้ก็พอ.
 
 

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย iamdozenist* blog ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ iamdozenist.exteen.com.