เธราพี: เมื่อละครกลายเป็นยา
posted on 29 Jan 2012 00:27 by iamdozenist in theatre
โปรเจกต์รับต้นปีของกลุ่มละคร B-Floor ร่วมกับกลุ่ม Art Container ที่รวมเอานักศิลปะบำบัดจับมือกับนักการละครหลากหลายกลุ่มอย่างนี้ "Therapy" จึงกลายเป็นละครที่มีดีทั้งกลุ่มคนทำและเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารมาถึงผู้ชม ความเก๋ไก๋ของ Therapy อยู่ที่ในแต่ละรอบการแสดงที่ผู้ชมเลือกดู จะได้พบกับนักบำบัดและคนไข้ที่มาแสดงอาการแตกต่างกันไปในแต่ละเคส มีทั้งภาวะอาการโกรธ โรคซึมเศร้า หรือโรคจิตเภท อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดก็มีความต่อเนื่องกันไปเหมือนเป็นสถานการณ์จำลองคลินิกจิตบำบัด
และความสนุกของมันอยู่ที่...ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ดู เราคิดเสมอว่ามันเป็นเรื่องจริง!
เราเลือกดูรอบวันนี้ (เสาร์ที่ 28 มกราคม) เพราะเห็นชื่อนักบำบัด "ดุจดาว วัฒนปกรณ์"
แค่เพียงเท่านี้ก็เอาตัวพุ่งเข้าใส่โดยไม่ได้สนใจแล้วว่าคนไข้ที่มาบำบัดจะเป็นใคร
ในการแสดงครั้งนี้ ดุจดาวก็ยังทำได้ดีและเป็นธรรมชาติ แต่ที่เห็นแปลกไปคือการที่ดุจดาวได้เข้าถึงคนดูมากขึ้นกว่าเรื่องอื่นๆ ที่เคยดูมา (คงเป็นเพราะครั้งนี้เป็นละครสถานการณ์) ความสวยสดใสของเธอจึงส่งประกายมายังกลุ่มคนดูห้าสิบกว่าคนได้อย่างไม่ต้องควานหา ... ดุจดาวคือนักแสดงที่มี stage charming จนแทบไม่ได้ละสายตาไปหานักแสดงคนอื่น
ถึงอย่างนั้น "สายฟ้า ตัณธนา" นักแสดงที่มารับบทเป็นคุณไก่ ผู้ป่วยที่อาการโกรธ (Anger Disoder) ก็ถือว่ารับบทหินทีเดียว เพราะมันไม่ใช่การกำหนดตัวละครให้มีความขัดแย้งภายนอกแบบที่เห็นก็ดูรู้ แต่การเป็นคนที่มีความโกรธเคืองและมีเรื่องราวน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตครอบครัวที่ต้องอาศัยความคิดภายในเป็นกำลังหลัก แล้วขับเสริมออกมาจากท่าทาง สีหน้า และอาการที่กระทำ คุณสายฟ้าทำมันออกมาได้อย่างดี
--------------------
สิ่งที่ดีของการแสดงชุดนี้ทั้งหมดคือการหยิบพลังของการละครมาช่วยบำบัดอาการความผิดปกติต่างๆ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นวิธีการหนึ่งที่นักบำบัดเลือกใช้กันจริง) ความเรียบง่าย สวยงามในเชิงศิลปะที่อาศัยตัวตนของผู้ป่วยเองนั่นแหละเป็นยาวิเศษที่จะทำให้หายขาด
การศึกษาและเข้าใจ "ตัวตน" ของตัวเราอันเป็นแก่นหลักของการเรียนละครถูกนำมาใช้เป็นวิถีทางที่นักบำบัดจะต้องพยายามสอดแทรกผ่านการสนทนาและกิจกรรมให้คนไข้ได้ลองปฏิบัติโดยไม่ใช้วิธีการบีบบังคับ การลองปล่อยให้ร่างกายของคนหนึ่งคนเป็นอิสระจากการผูกมัดและความเครียดกังวลก็ทำให้บางครั้งสิ่งนั้นมันลอยหายไปได้เอง ลอยหายไปผ่านการกระทำที่มาจากตัวคนไข้เอง
เมื่อใจเราวางมันลง มันก็นิ่ง
และแท้ที่จริงมันยังอยู่...เราแค่ไม่ต้องไปใส่ใจมัน
หนึ่งชั่วโมงกว่าที่ได้นั่งอยู่ในโรงละคร B-Floor ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงเสมือนกับว่าเราได้เรียนรู้ตัวเองไปได้ในส่วนหนึ่ง เพราะไม่ว่าใครก็คงเคยมีความรู้สึกโกรธหรือไม่เข้าใจการกระทำของคนรอบข้างกันทั้งนั้น
เช่นเดียวกัน เราได้รับการบำบัดจากการแสดงครั้งนี้ไปด้วย
"รู้นะ ว่ายังมีกันอยู่"
คุณก็รู้ใช่ไหม?
Tags: dramatherapy, floor, theapy, ดุจดาว, นักบำบัด, สายฟ้า, เธราพี1 Comments


